เด็กหญิง 11 ขวบชาวซิมบับเว สู้ยิบตากับจระเข้ ช่วยเพื่อน 9 ขวบรอดหวุดหวิด

เด็กหญิง 11 ขวบชาวซิมบับเว สู้ยิบตากับจระเข้ ช่วยเพื่อน 9 ขวบรอดหวุดหวิด

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. เว็บไซต์เดลี่เมล์ รายงานวีรกรรมของเด็กนักเรียนหญิงชาวซิมบับเววัยเพียง 11 ปีที่กล้าหาญเอาตัวเข้าสู้กับจระเข้ตัวใหญ่เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนวัย 9 ขวบ จนจระเข้ยอมปล่อยเพื่อน และทั้งสองสามารถรอดชีวิตมาได้โดยรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในแม่น้ำสายหนึ่งของหมู่บ้านซินเดเรลา ของประเทศซิมบับเว 

ขณะนั้น ลาโตยา มูวานิ เด็กหญิงอายุ 9 ขวบ กำลังว่ายน้ำเล่นอยู่พร้อมกับเพื่อน ๆ อีก 7 คน แต่ตอนที่คนอื่น ๆ ขึ้นจากน้ำกันแล้วนั้น เธอยังคงว่ายน้ำเล่นต่ออยู่คนเดียว จนกระทั่งเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น มีจระเข้ตัวใหญ่เข้าจู่โจมลาโตยา ด้วยการงับมือและขาของเด็กน้อย แล้วพยายามลากเหยื่อลงน้ำ ทำให้เด็กหญิงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และพยายามดิ้นรนที่จะลอยตัวบนผิวน้ำพร้อมต้านแรงดึงของจระเข้ และร้องขอความช่วยเหลือ

ขณะนั้นเอง รีเบคกา มุนคอมบ์เว เด็กหญิงวัย 11 ขวบ ซึ่งเป็นพี่โตสุดในแก๊งเด็ก ซึ่งกำลังจะขึ้นจากน้ำ เมื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากลาโตยา ก็ไม่รอช้า รีบกระโดดลงน้ำว่ายเข้าไปหาเพื่อนทันที จนกระทั่งเข้าไปประชิดจระเข้ตัวดังกล่าว

รีเบคกาตัดสินใจพุ่งตัวไปอยู่ด้านหลังของจระเข้ แล้วใช้มือเปล่าทั้งทุบและตีอย่างสุดแรง ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มเข้าไปที่ตาจระเข้ สร้างความเจ็บปวดจนจระเข้ยอมปล่อยลาโตยาในที่สุด

ทั้งสองรีบว่ายน้ำขึ้นฝั่งทันที นับว่าเป็นเคราะห์ดีอย่างมากที่จระเข้ตัวดังกล่าวไม่ได้ตามมาเล่นงานเด็กทั้ง 2 คนหลังจากนั้น โดยข่าวดังกล่าวนั้นสร้างความตกใจอย่างมากแก่ผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน พ่อของลาโตยาเองก็บอกว่า ได้นึกถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายสุด ๆ ไว้แล้วตอนได้ยินข่าว และนึกไม่ออกเลยจริง ๆ ว่ารีเบคกาช่วยลูกสาวตนไว้ได้อย่างไร

ทางด้าน รีเบคกา เผยกับสื่อท้องถิ่นว่า ในตอนที่เกิดเหตุได้ยินลาโตยาตะโกนบอกว่ามีอะไรบางอย่างกัดมือ ด้วยความที่เป็นพี่คนโตสุดในกลุ่ม ทำให้รู้สึกว่าตัวเองต้องเป็นคนช่วยเด็กคนนี้ จึงพุ่งตัวลงน้ำไปช่วยเหลือ โดยจากการตรวจสอบ พบว่า รีเบคกาไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ จากการต่อสู้ครั้งนี้ ขณะที่ลาโตยานั้นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาบาดแผลแล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะหายดีและออกจากโรงพยาบาลได้ในไม่ช้า

บาฮาเรห์ แซร์ บาฮารี (Bahareh Zare Bahari) นางงามชาวอิหร่าน ที่ขณะนี้เธออาศัยอยู่ใน อาคารผู้โดยสารที่ 3 สนามบินนานาชาตินินอย อากีโน กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ มาเป็นเวลาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว เธอบอกว่าตัวเองจะถูกฆ่า ถ้าถูกส่งกลับอิหร่าน ตอนนี้เธอเองก็กำลังร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยในฟิลิปปินส์อยู่

บาฮาเรห์เดินทางไปฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมการประกวด Miss Intercontinental ที่กรุงมะนิลา เธอบอกว่าทางการอิหร่าน พยายามหาทางปิดปากเธอ เพราะว่าเธอแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐบาลอย่างชัดเจน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฟิลิปปินส์กล่าวว่า หน่วยงานตำรวจสากล ได้ออกหมายจับบาฮารี ไม่ทราบว่าประเทศใดแจ้ง แต่บาฮารีบอกว่าอิหร่านได้ยื่นออกหมายแดงในปี 2561 หากมีการออกหมายแดง เธอจะไม่สามารถขอวีซ่าอื่นๆ สำหรับการเดินทางไปตะวันออกกลาง

เธอบอกกับ CNN ว่า ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปี 2014 และจะไม่กลับไปอิหร่าน ฉันอธิบายกับพวกเขาหลายครั้งฉันแล้ว จะมีความผิดในอิหร่านได้ยังไง ในเมื่อฉันอาศัยอยู่ที่ฟิลิปปินส์ ตอนนี้สภาพจิตใจของฉันแย่มาก บาฮาเรห์เชื่อว่าที่เธอถูกหมายหัวนั้น เป็นเพราะเธอสนับสนุนเจ้าชายเรซา มกุฎราชกุมาร พระราชโอรสในพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี แห่งราชวงศ์ปาห์ลาวี ราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองประเทศอิหร่าน ก่อนการปฏิวัติอิสลามในปี 1979

หนูน้อย 9 ขวบชวดสถิติจบป.ตรีเร็วสุดในโลก หลังมีปัญหาเรื่องวันจบ

ไอน์สไตน์น้อย- ยอดอัจฉริยะอายุวัยเพียง 9 ขวบ เดโรลองต์ ซิมงส์ เด็กชายยอดอัจฉริยะวัย 9 ขวบ พลาดโอกาสทุบสถติจบเร็วสุด หลังเขาลาออกจาก ภาควิศวกรรรมไฟฟ้าจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไอน์โฮเฟน (TUE) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เขาควรจะเรียนจบภายในสิ้นปีนี้ แต่มหาลัยแนะให้เลื่อนไปเป็นกลางปี2563 ด้วยเหตุผลว่าเขาต้องผ่านการสอบอีกมาก

TUE ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพ่อของหนูน้อย อเล็กซานเดอร์ ซิมงส์ ต้องการให้ลูกเรียนจบเมื่ออายุ 9 ขวบ ซึ่งเป็นการเรียนปริญญาตรีเพียง 10 เดือน จากปกติ3 ปี ซึ่งครอบครัวของเขาได้ตัดสินใจดังกล่าวเนื่องจากได้รับข้อเสนอให้เรียนต่อในระดับดอกเตอร์จากอีกหลายมหาลัยในสหรัฐ

พ่อของโรลองต์กล่าวเสริมอีกว่าโรลองต์ไม่ใช่สมบัติของมหาลัยในการมาปฏิบัติเช่นนี้กับลูกชายเขาและเขาเชื่อว่าการขยายการจบของโรลองต์ออกไปเกี่ยวข้องกับการที่จะลูกเขาได้รับข้อเสนอจากลัยในสหรัฐ แต่ นาย อิโว ยงชมา โฆษกของ TUE ปฏิเสธกล่าวหาดังกล่าว

กระทั่งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 (ผ่านไป 6 วัน) เจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งหมด ก็ได้เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง ซึ่งทั้ง 13 ชีวิตก็ได้ถูกช่วยเหลือออกมาสำเร็จ จากการประสานงานของทีมกูภัยทุกภาคส่วนทั่วโลก

นอกจากนี้ อีกหนึ่งบุคคลสำคัญ ที่ควรได้รับการยกย่องคือ นาวาตรี สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม หนึ่งในทีมเจ้าหน้าที่หน่วยซีลค้นหาทีมหมูป่า ที่ได้เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือ ต่อมาได้รับสมญานามด้วยความเคารพว่า “วีรบุรุษถ้ำหลวง” และได้มีการสร้างอนุเสาวรีย์จ่าแซม เพื่อระลึกและเชิดชูวีรกรรมความกล้าหาญในครั้งนี้

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป